Thesis vs Dissertation: เจาะลึกความแตกต่างด้านความลึกของเนื้อหา

Thesis vs Dissertation: เจาะลึกความแตกต่างด้านความลึกของเนื้อหา

ทำไมต้องรู้ความแตกต่าง?

สวัสดีครับคุณผู้อ่านทุกท่าน! ถ้าท่านกำลังอยู่ในช่วงที่ต้องทำวิจัย ไม่ว่าจะเป็นการเขียนวิทยานิพนธ์ (Thesis) หรือดิสเซอเรชัน (Dissertation) อาจจะมีคำถามมากมายเกิดขึ้นในใจใช่ไหมครับ? ว่าทำไมต้องรู้ความแตกต่างระหว่างสองคำนี้? นี่แหละครับคือ Pain Point ที่ผมอยากให้ท่านได้เข้าใจในบทความนี้ เพราะการรู้ความแตกต่างจะช่วยให้ท่านสามารถวางแผนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับผม

ความหมายและวัตถุประสงค์ของ Thesis และ Dissertation

Thesis

Thesis เป็นงานวิจัยที่มักจะทำในระดับปริญญาโท โดยเน้นที่การศึกษาและการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่แล้ว เพื่อสร้างข้อสรุปใหม่ ๆ หรือการตีความข้อมูลที่มีอยู่ในรูปแบบใหม่ครับผม

Dissertation

ในทางกลับกัน Dissertation มักจะหมายถึงงานวิจัยที่ทำในระดับปริญญาเอก ซึ่งมักจะต้องมีการวิจัยที่ลึกซึ้งและเป็นต้นฉบับ ที่สร้างผลงานใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อนครับผม

โดยทั่วไปแล้ว Thesis มักจะเป็นการศึกษาที่ไม่ต้องลึกซึ้งมากนัก แต่ Dissertation จะต้องเป็นการศึกษาเชิงลึกที่มีการวิจัยอย่างจริงจังครับ

แค่รู้ความแตกต่างนี้ ก็ช่วยให้ท่านเข้าใจได้ว่าต้องใช้เวลามากน้อยแค่ไหนในการทำงานวิจัยแต่ละประเภทครับผม

โครงสร้างที่แตกต่างกัน

ลองดูนะครับ ว่าโครงสร้างของ Thesis และ Dissertation นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

โครงสร้างของ Thesis

  • บทนำ: แนะนำหัวข้อและจุดมุ่งหมายของการวิจัย
  • ทบทวนวรรณกรรม: วิเคราะห์และสรุปข้อมูลที่มีอยู่แล้ว
  • วิธีการวิจัย: อธิบายวิธีการที่ใช้ในการศึกษา
  • ผลการวิจัย: นำเสนอข้อมูลที่ได้จากการวิจัย
  • บทสรุป: สรุปผลและข้อเสนอแนะแนวทางในอนาคต

โครงสร้างของ Dissertation

  • บทนำ: ระบุปัญหาที่จะวิจัยและความสำคัญ
  • ประวัติศาสตร์และทฤษฎี: ศึกษาความรู้พื้นฐานที่เกี่ยวข้อง
  • วิธีการวิจัย: อธิบายวิธีการวิจัยอย่างละเอียด
  • การวิเคราะห์ข้อมูล: การวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้อย่างลึกซึ้ง
  • บทสรุป: ผลลัพธ์และข้อเสนอแนะที่สร้างจากการวิจัย

เห็นไหมครับว่ามันมีความแตกต่างกันมากมายเลยทีเดียว? ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนหัวตึ้บ หรืออยากหาทางลัดแบบเนื้อๆ เน้นๆ โดยมืออาชีพ [รับทำวิจัยด่วน] แบบที่จบงานไว การันตีผลงานจาก 7,000 เคส ทักหาผมได้เลยนะครับ ผมดูแลเองทุกเคส ไม่ทิ้งงานแน่นอนครับผม

มุมมองจากผมที่มีประสบการณ์ตรงมากกว่า 7,000 เคส

ในฐานะที่ผมได้ทำงานวิจัยมาแล้วมากกว่า 7,000 เคส ผมขอแชร์เทคนิคที่ได้ผลจริงในการรับมือกับอาจารย์ที่ปรึกษาครับผม การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเป็นสิ่งสำคัญมาก! ลองทำตามนี้นะครับ:

  • สื่อสารอย่างสม่ำเสมอ: ควรติดต่ออาจารย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เขารู้ว่าคุณก้าวหน้าถึงไหน
  • เตรียมคำถาม: ก่อนพบอาจารย์ให้เตรียมคำถามไว้ล่วงหน้า เพื่อให้การประชุมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
  • เปิดใจรับคำติชม: อาจารย์มักจะมีข้อเสนอแนะที่มีค่า ควรรับฟังอย่างตั้งใจ

การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับอาจารย์ที่ปรึกษาจะทำให้การทำวิจัยของท่านราบรื่นขึ้นครับผม

บทสรุป

ในบทความนี้ เราได้พูดถึงความแตกต่างระหว่าง Thesis และ Dissertation ที่สำคัญมากครับ การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้ท่านสามารถวางแผนการทำงานวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกหัวข้อหรือการจัดการเวลาครับผม สุดท้ายนี้ ผมขอให้ท่านทุกคนโชคดีในเส้นทางการทำวิจัยนะครับ

ถาม-ตอบ ข้อสงสัยเกี่ยวกับ

1. Thesis กับ Dissertation อันไหนยากกว่ากัน?

โดยทั่วไป Dissertation จะมีความลึกซึ้งและต้องใช้เวลามากกว่า Thesis ครับผม

2. สามารถใช้ Thesis เป็นฐานในการทำ Dissertation ได้หรือไม่?

ได้ครับ หาก Thesis ของท่านมีคุณภาพดี ก็สามารถนำไปต่อยอดเป็น Dissertation ได้ครับผม

3. ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ในการทำ Thesis?

โดยเฉลี่ยจะใช้เวลาประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับหัวข้อและความยากง่ายครับผม

4. Dissertation ต้องมีการวิจัยที่เป็นต้นฉบับจริงหรือ?

ใช่ครับ Dissertation ต้องมีการวิจัยที่สร้างสรรค์และเป็นต้นฉบับที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนครับผม

5. อาจารย์ที่ปรึกษามีบทบาทอย่างไรในกระบวนการทำวิจัย?

อาจารย์ที่ปรึกษาจะช่วยแนะนำและให้คำปรึกษาในการทำวิจัย รวมถึงช่วยตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลด้วยครับผม

อย่าปล่อยให้ความซับซ้อนและเดธไลน์มาขวางความสำเร็จของคุณ!

ทีมงานมืออาชีพของเราพร้อมดูแลงานวิจัยคุณทุกความซับซ้อนและเร่งด่วน

ติดต่อจ้างทำวิจัย
Scroll to Top